นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและประกาศความเป็นส่วนตัว
1. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและประกาศความเป็นส่วนตัว
บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จำกัด และ บริษัทในเครือ (“บริษัท”) มีความมุ่งมั่นในการดำเนินการ ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ 2562 บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและประกาศความเป็นส่วนตัวให้สอดคล้องกับผู้มีส่วนได้เสียหลากหลายกลุ่ม โดยท่านสามารถตรวจสอบวัตถุประสงค์และรายละเอียดของข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงช่องทางการติดต่อของแต่ละฉบับได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้
2. ช่องทางการติดต่อ
ทั้งนี้ ถ้าหากบริษัทไม่ได้รับการติดต่อจากท่านเพื่อขอถอนความยินยอมในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ให้ถือว่าท่านได้ให้ความยินยอมตามที่ปรากฏในประกาศความเป็นส่วนตัวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของแต่ละกลุ่มที่แนบมากับนโยบายและประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
________________________________________
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จำกัด และบริษัทในเครือ
1. หลักการและเหตุผล
บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จำกัด และบริษัทในเครือ (“บริษัท”) มีความตระหนักถึงความสำคัญในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลโดยเป็นไปตามหลักของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 บริษัทจึงได้ จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตาม หลักของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงมีมาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึง กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล การบริหารจัดการ และการ ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
2. ขอบเขตการบังคับใช้
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ฉบับนี้ มีขอบเขตครอบคลุม การเก็บรวบรวม การใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ที่ดำเนินการโดย บริษัท รวมถึงบุคคลใดๆ ที่ล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท จะต้องปฏิบัติตามนโยบาย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และตามกรอบที่กฎหมายกำหนดและนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลฉบับนี้มีขอบเขตการใช้ร่วมกันทั้งบริษัท
สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เก็บรวบรวมไว้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ใช้บังคับ ให้บริษัทสามารถเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม โดยใช้หรือ เปิดเผย ข้อมูลและการดำเนินการอื่นที่ไม่ใช่การเก็บรวบรวม ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
3. คำนิยาม
- ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือ ทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
- เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง การธำรงไว้ซึ่งความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมในการใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Data) หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติ อาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือ ข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน
- ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคล
4. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
- บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีขอบเขตจำกัดเท่าที่จำเป็น ภายใต้วัตถุประสงค์อัน ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และการจัดเก็บข้อมูลบริษัทจะจัดเก็บจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยตรง ให้เจ้าของข้อมูลทราบหรือได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เว้นแต่ ได้รับการยกเว้น การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 24 และมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล
- หากบริษัทต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว บริษัทจะต้องขอความยินยอม โดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน เว้นแต่ได้รับการยกเว้นการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกระบุไว้ในแบบฟอร์ม คำร้อง หรือเอกสารคำขอ ที่เป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งที่เป็นเอกสารหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยพนักงานที่ดำเนินการ รับทราบและปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ระเบียบ นโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติ ของบริษัท โดยข้อมูล ดังกล่าวจะถูกตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของข้อมูล และปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ
5. การใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นให้แก่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกภายใต้ ความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเป็นไปตามพระราชบัญญัติตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
- หากบริษัทได้ว่าจ้างบุคคลหรือหน่วยงานอื่น เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การส่งข้อมูลให้หน่วยงานภายนอกดำเนินวิเคราะห์ทางการตลาด เป็นต้น บริษัทจะมีมาตรการในการ เก็บรักษาความลับ และรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และมีข้อกำหนดไม่ให้นำ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปใช้นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของบริษัท โดยให้มีการลงนามในบันทึก ข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูลทุกครั้งก่อนเริ่มดำเนินการเก็บรวบรวม เข้าถึง และใช้ข้อมูลของบริษัท
6. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
- บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเกี่ยวกับการเก็บรักษาข้อมูล ส่วนบุคคลไว้โดยเฉพาะ
- ในกรณีที่กฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้โดยเฉพาะ บริษัทจะมีการกำหนดนโยบายระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลตามความจำเป็นที่เหมาะสม ในการปฏิบัติงานของบริษัทและเมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาดังกล่าวบริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคล (Anonymization)
7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มั่นใจว่าสามารถใช้สิทธิที่มีอยู่ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้ ดังนี้
- สิทธิในการขอดูและคัดลอกข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่ง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทให้แก่เจ้ าของข้อมูล ส่วนบุคคลได้
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้ตลอด ระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอยู่กับบริษัท
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไข ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเพิ่มเติมข้อมูลให้สมบูรณ์
- สิทธิในการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการขอให้บริษัท ทำการลบหรือทำลายข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่ สามารถระบุตัวตน (Anonymization)
- สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการระงับการใช้ข้อมูล ส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการโอนย้ายข้อมูล ส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ไว้กับบริษัท ไปยังผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือ ตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเอง
- สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะจัดให้มีช่องทางเพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อมายังบริษัท ผ่านช่องทางการติดต่อ ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอดำเนินการตามสิทธิข้างต้นได้ ในกรณีที่
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัท กรรมการบริษัท กรรมการบริหาร ผู้อำนวยการ หรือ พนักงานของบริษัท ในกรณีที่บริษัทฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือประกาศอื่นที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว
8. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ การแก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ ซึ่งครอบคลุมถึง มาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ
9. การปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะจัดให้มีการทบทวนนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง หรือ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลกระทบกับนโยบายอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบที่หน้าเว็บไซต์ ของบริษัท และจะแจ้งให้ทราบในช่องทางอื่นๆ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ในการให้บริการ บริษัทจะดำเนินการแจ้งวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายให้ทราบอย่างชัดเจน
________________________________________
ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้าของบริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จำกัด และบริษัทในเครือ
บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จำกัด และบริษัทในเครือ (“บริษัท”) เคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของลูกค้า (“ท่าน”) และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าท่านจะได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายความเป็น ส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ทราบถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผย ข้อมูล (“การประมวลผล”) รวมตลอดถึงการลบและทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลกำหนด ดังนี้
1. วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
- เพื่อดำเนินการสมัครสมาชิกของบริษัท ได้แก่ Gully Family
- เพื่อสมัครสมาชิกและแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมโปรโมชั่น รวมถึงแจ้งผลประโยชน์ให้แก่ท่าน
- ทำการตลาดโดยตรง รวมถึงการทำการตลาดออนไลน์
- เพื่อดำเนินการสั่งซื้อสินค้า รวมไปถึงการดำเนินติดตามการชำระเงิน ตามกำหนดระยะเวลาการชำระ
- เพื่อเสนอขายสินค้า รวมถึงให้บริการหลังการขายต่างๆอันเป็นประโยชน์ต่อทางท่าน เช่น การขนส่งสินค้า การรับประกันสินค้า การส่งซ่อมสินค้า
- เพื่อการจัดทำหลักฐานการชำระเงินตามกฎหมาย ได้แก่ การออกใบกำกับภาษี
- เพื่อติดต่อประสานงานหรือดำเนินการติดต่อบุคคลภายในบริษัท รวมถึงการติดต่อกับบริษัท
- เพื่อให้บริการสอบถามข้อมูลต่างแก่ท่าน เช่น การประเมินความพอใจ
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
- ข้อมูลของท่าน ได้แก่ ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน
- ข้อมูลการติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ช่องทางการติดต่อออนไลน์ เช่น อีเมล Line ID เป็นต้น
- ข้อมูลสัญญาการซื้อขาย ได้แก่ เลขสัญญา เอกสารมอบอำนาจ เอกสารการชำระเงิน หนังสือรับรอง บริษัท ใบ ภพ.20 เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- ข้อมูลผู้ดำเนินการแทนบริษัท ได้แก่ ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชนของผู้ดำเนินการแทน
- รูปถ่ายและภาพเคลื่อนไหว
ทั้งนี้ หากท่านปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือเพื่อเข้าทำ สัญญาแก่บริษัท อาจทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ได้อย่างสมบูรณ์
3. ข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษ
- บริษัทไม่มีการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษของท่าน
4. ฐานทางกฎหมาย
บริษัทจะพิจารณากำหนดฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ฐานทางกฎหมายที่บริษัท ใช้เป็นหลักในการอ้างอิง ได้แก่
| ฐานทางกฏหมาย |
รายละเอียด |
| เพื่อปฏิบัติตามสัญญา |
เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการที่จำเป็นเพื่อเข้าทำสัญญากับท่าน และ/หรือเพื่อให้สิทธิประโยชน์แก่ท่านตามสัญญา |
| เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย |
เพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ (เช่น การขอรับหลักฐานเพื่อพิสูจน์ตัวตนของคุณเพื่อเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ของบริษัทตามกฎหมาย) |
| เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ บริษัทและของบุคคลอื่น (เช่น การตรวจสอบและป้องกันการทุจริตฉ้อฉล) |
| ความยินยอม |
เพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม |
5. การขอความยินยอมและผลกระทบที่เป็นไปได้จากการถอนความยินยอม
- ในกรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยความยินยอมของท่าน โดยท่านมี สิทธิที่จะถอนความยินยอมที่ให้ไว้กับบริษัทได้ตลอดเวลา ซึ่งการถอนความยินยอมนี้จะไม่ส่งผลกระทบ ต่อการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปก่อนหน้า
- หากท่านถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับบริษัทหรือปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลบางอย่าง อาจส่งผลให้บริษัทไม่ สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้
6. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
- บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามประเภทข้อมูล ส่วนบุคคลแต่ละประเภท บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของ การเก็บรวบรวม (เช่น อายุความตามกฎหมาย เป็นต้น)
- บริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาที่เป็นท่านของบริษัท เพื่อปฏิบัติตามสัญญา และตามระยะเวลาที่จำเป็นหลังจากสิ้นสุดการเป็นลูกค้าของบริษัทแล้ว
- กรณีที่บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยขอความยินยอมจากท่าน บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลดังกล่าวจนกว่าท่านจะแจ้งขอยกเลิกความยินยอมและบริษัทดำเนินการตามคำขอของท่านเสร็จสิ้น แล้ว อย่างไรก็ดีบริษัทจะยังเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นสำหรับบันทึกเป็นประวัติว่าท่าน เคยยกเลิกความยินยอม เพื่อให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อคำขอของท่านในอนาคต
- บริษัทจัดให้มีกระบวนการการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
7. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้บุคคลอื่น
- บริษัทเปิดเผยและแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ บริษัทขนส่ง เพื่อ ดำเนินการส่งสินค้าให้ท่าน
- บริษัทจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสมและประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ
8. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
- บริษัทไม่มีนโยบายในการส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ
9. มาตรการความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล
- บริษัทนำมาตรฐานความปลอดภัยทางเทคนิคและการบริหารที่เหมาะสมมาใช้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการสูญหาย การเข้าถึงการใช้หรือการเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้งานในทางที่ผิด การดัดแปลงเปลี่ยนแปลง และการทำลายโดยใช้เทคโนโลยีและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสและการจำกัดการเข้าถึง เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล และจัดการให้บุคคลเหล่านี้ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
- บริษัทจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น และจะจัด ให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มี ประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม
10. สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สรุปดังนี้
- สิทธิในการขอดูและคัดลอกข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและขอให้บริษัท ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล ที่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมใน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้ตลอด ระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอยู่กับบริษัท
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการขอให้บริษัท แก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเพิ่มเติมข้อมูลให้สมบูรณ์
- สิทธิในการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการขอให้บริษัททำ การลบหรือทำลายข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่ สามารถระบุตัวตน (Anonymization)
- สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการระงับการใช้ข้อมูล ส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วน บุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ไว้กับบริษัท ไปยังผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลรายอื่น หรือ ตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเอง
- สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะจัดให้มีช่องทางเพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อมายังบริษัท ผ่านช่องทางการติดต่อ ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอดำเนินการตามสิทธิข้างต้นได้ ในกรณีที่บริษัทปฏิเสธคำ ร้องขอข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ
ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านภายใน 30 วันนับแต่วันที่ บริษัทได้รับคำร้องขอดังกล่าว ทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
- หากท่านต้องการยื่นคำขอเพื่อใช้สิทธิใดตามที่ปรากฏในประกาศฉบับนี้ สามารถยื่นขอใช้สิทธิของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทางอีเมล dpo@seagull-brand.com
11. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว
บริษัทจะประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับใหม่ผ่านทางเว็บไซต์นี้ ซึ่งท่านควรเข้ามาตรวจสอบความ เปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นครั้งคราว โดยประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ ทันทีในวันที่ประกาศ
12. ช่องทางการติดต่อ
ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โปรดติดต่ออีเมล data.privacy@seagull-brand.com
กรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ บริษัทจะประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว ฉบับใหม่ผ่านทางเว็บไซต์นี้ ซึ่งท่านควรเข้ามาตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็น ครั้งคราว โดยนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ประกาศ
________________________________________
ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จำกัด และบริษัทในเครือ
บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จำกัด และบริษัทในเครือ (“บริษัท”) เคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของ พันธมิตรทางธุรกิจ (“ท่าน”) และเพื่อให้มั่นใจว่าท่านจะได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงได้จัดทำ นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ทราบถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม การใช้ และ การเปิดเผย (“การประมวลผล”) รวมตลอดถึงการลบและทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ดังนี้
1. วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
- เพื่อใช้ในการดำเนินงานตามสัญญาซื้อ-ขาย รวมถึงกระบวนการชำระเงิน เพื่อให้บรรลุสัญญา ตามกฎหมาย ได้แก่ การเปิดบัญชีท่าน การจัดทำประวัติการซื้อ-ขาย การวางบิลเพื่อการชำระเงิน ตามสัญญา
- เพื่อดำเนินการจัดทำเอกสารด้านกฎหมาย เช่น เอกสารสัญญา อันเป็นไปตามสัญญาตามกฎหมาย
- เพื่อการดำเนินการตามกฎหมาย เช่น การจัดทำรายงาน เพื่อนำส่งกรมสรรพากร
- เพื่อติดต่อและนำเสนอสินค้า
- เพื่อการจัดซื้อ จัดจ้าง รวมถึงสั่งซื้อ,ขายสินค้า รวมถึงการให้บริการ
- เพื่อการดำเนินการพัฒนาเชิงกลยุทธ ได้แก่ การวางแผนทางธุรกิจ การสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้า
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
- ข้อมูลของท่าน ได้แก่ ชื่อบริษัท ที่อยู่บริษัท เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ใบภพ.20 ใบจดทะเบียนการค้า หนังสือรับรองต่างๆ
- ข้อมูลของผู้ดำเนินการแทนบริษัท ได้แก่ ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชนของผู้ดำเนินการแทน ลายเซ็นผู้ดำเนินการ
- ข้อมูลด้านการเงิน ได้แก่ เลขบัญชีธนาคาร
- ข้อมูลการติดต่อ ได้แก่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล
ทั้งนี้ หากท่านปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือเพื่อเข้าทำ สัญญาแก่บริษัท อาจทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ได้อย่างสมบูรณ์
3. ข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษ
- บริษัทไม่มีการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษของท่าน
4. ฐานทางกฎหมาย
บริษัทจะพิจารณากำหนดฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ฐานทางกฎหมายที่บริษัท ใช้เป็นหลักในการอ้างอิง ได้แก่
| ฐานทางกฏหมาย |
รายละเอียด |
| เพื่อปฏิบัติตามสัญญา |
เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการที่จำเป็นเพื่อเข้าทำสัญญากับท่าน และ/หรือเพื่อให้สิทธิประโยชน์แก่ท่านตามสัญญา |
| เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย |
เพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ (เช่น การขอรับหลักฐานเพื่อพิสูจน์ตัวตนของคุณเพื่อเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ของบริษัทตามกฎหมาย) |
| เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ บริษัทและของบุคคลอื่น (เช่น การตรวจสอบและป้องกันการทุจริตฉ้อฉล) |
| ความยินยอม |
เพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม |
5. การขอความยินยอมและผลกระทบที่เป็นไปได้จากการถอนความยินยอม
- ในกรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยความยินยอมของท่าน โดยท่านมี สิทธิที่จะถอนความยินยอมที่ให้ไว้กับบริษัทได้ตลอดเวลา ซึ่งการถอนความยินยอมนี้จะไม่ส่งผลกระทบ ต่อการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปก่อนหน้า
- หากท่านถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับบริษัทหรือปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลบางอย่าง อาจส่งผลให้บริษัทไม่ สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้
6. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
- บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามประเภทข้อมูล ส่วนบุคคลแต่ละประเภท บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของ การเก็บรวบรวม (เช่น อายุความตามกฎหมาย เป็นต้น)
- บริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาที่เป็นท่านของบริษัท เพื่อปฏิบัติตามสัญญา และตามระยะเวลาที่จำเป็นหลังจากสิ้นสุดการเป็นลูกค้าของบริษัทแล้ว
- กรณีที่บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยขอความยินยอมจากท่าน บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลดังกล่าวจนกว่าท่านจะแจ้งขอยกเลิกความยินยอมและบริษัทดำเนินการตามคำขอของท่านเสร็จสิ้น แล้ว อย่างไรก็ดีบริษัทจะยังเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นสำหรับบันทึกเป็นประวัติว่าท่าน เคยยกเลิกความยินยอม เพื่อให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อคำขอของท่านในอนาคต
- บริษัทจัดให้มีกระบวนการการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
7. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้บุคคลอื่น
- บริษัทเปิดเผยและแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ บริษัทขนส่ง เพื่อ ดำเนินการส่งสินค้าให้ท่าน
- บริษัทจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสมและประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ
8. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
- บริษัทไม่มีนโยบายในการส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ
9. มาตรการความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล
- บริษัทนำมาตรฐานความปลอดภัยทางเทคนิคและการบริหารที่เหมาะสมมาใช้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการสูญหาย การเข้าถึงการใช้หรือการเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้งานในทางที่ผิด การดัดแปลงเปลี่ยนแปลง และการทำลายโดยใช้เทคโนโลยีและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสและการจำกัดการเข้าถึง เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล และจัดการให้บุคคลเหล่านี้ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
- บริษัทจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น และจะจัด ให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มี ประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม
10. สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สรุปดังนี้
- สิทธิในการขอดูและคัดลอกข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและขอให้บริษัท ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล ที่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมใน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้ตลอด ระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอยู่กับบริษัท
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการขอให้บริษัท แก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเพิ่มเติมข้อมูลให้สมบูรณ์
- สิทธิในการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการขอให้บริษัททำ การลบหรือทำลายข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่ สามารถระบุตัวตน (Anonymization)
- สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการระงับการใช้ข้อมูล ส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วน บุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ไว้กับบริษัท ไปยังผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลรายอื่น หรือ ตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเอง
- สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะจัดให้มีช่องทางเพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อมายังบริษัท ผ่านช่องทางการติดต่อ ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอดำเนินการตามสิทธิข้างต้นได้ ในกรณีที่บริษัทปฏิเสธคำ ร้องขอข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ
ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านภายใน 30 วันนับแต่วันที่ บริษัทได้รับคำร้องขอดังกล่าว ทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
- หากท่านต้องการยื่นคำขอเพื่อใช้สิทธิใดตามที่ปรากฏในประกาศฉบับนี้ สามารถยื่นขอใช้สิทธิของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทางอีเมล dpo@seagull-brand.com
11. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว
บริษัทจะประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับใหม่ผ่านทางเว็บไซต์นี้ ซึ่งท่านควรเข้ามาตรวจสอบความ เปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นครั้งคราว โดยประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ ทันทีในวันที่ประกาศ
12. ช่องทางการติดต่อ
ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โปรดติดต่ออีเมล data.privacy@seagull-brand.com
กรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ บริษัทจะประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว ฉบับใหม่ผ่านทางเว็บไซต์นี้ ซึ่งท่านควรเข้ามาตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็น ครั้งคราว โดยนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ประกาศ
________________________________________
ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับกล้องวงจรปิด (CCTV Notice)
บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จำกัด และบริษัทในเครือ (“บริษัท”) มีความมุ่งมั่นที่จะรักษาความปลอดภัย ของพนักงาน ผู้เข้ามาใช้บริการ และผู้เข้ามาติดต่อบริษัท (“ท่าน”) บริษัทได้มีการใช้ระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่บริเวณพื้นที่ อาคารและสถานที่ต่างๆ ของบริษัท ซึ่งวัตถุประสงค์ของประกาศนี้ เพื่อเป็นการกำหนด วิธีการจัดการและใช้งานระบบกล้องวงจรปิดโดยบริษัท และเพื่อแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกบันทึก บนระบบกล้องวงจรปิดเกี่ยวกับวิธีการและวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัท
1. วัตถุประสงค์
บริษัทมีความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้แก่
- เพื่อเพิ่มความปลอดภัยส่วนบุคคลของท่าน
- เพื่อช่วยในการระบุจับกุมรวมถึงการดำเนินคดีกับผู้กระทําความผิดใดๆ ในบริเวณบริษัท
- เพื่อปกป้องอาคารและทรัพย์สินของบริษัท และจากการบุกรุก การโจรกรรม รวมถึงความสูญเสียและ เสียหาย อันเกิดจากการกระทำดังกล่าว
ทั้งนี้บริษัทมีการดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดในบริเวณพื้นที่ของบริษัท รวมถึงจุดเชื่อมต่อ เช่น ประตู ทางเข้าสำนักงาน โดยบริษัทจะมีการติดตั้งป้ายแสดงไว้อย่างชัดแจ้ง เพื่อให้พนักงานรวมถึงผู้ เข้ามาติดต่อ ทราบว่าบริเวณดังกล่าวมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด
2. กระบวนการดำเนินการรักษาความปลอดภัย
บริษัทตระหนักดีว่าภาพของบุคคลได้แก่ ภาพนิ่งรวมถึงภาพเคลื่อนไหวของพนักงานและผู้มาติดต่อ ซึ่งถ่ายโดยระบบกล้องวงจรปิดถือเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งถูกบังคับโดยกฎหมายคุ้มครองข้อมูล บริษัทจัดให้มีมาตรการการใช้ระบบกล้องวงจรปิดและดำเนินการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้มา รวมถึงจัดให้ มีมาตรการในการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
3. การเข้าถึงและการเปิดเผยข้อมูล
บริษัทมีมาตรการการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ ภาพนิ่งรวมถึงภาพเคลื่อนไหวของพนักงานและผู้มาติดต่อ โดยบริษัทจะ กำหนดให้พนักงานผู้ได้รับอนุญาติเท่านั้น ซึ่งภาพนิ่งรวมถึงภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิดจะเปิดเผยตามขอบเขตที่จำเป็น เพื่อจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ข้างต้น รวมถึงดำเนินการเปิดเผยเพื่อตอบสนองตามคำขอของ เจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมาย หรือคำสั่งศาล โดยที่จะไม่มีการเปิดเผยไปสู่ภายนอก รวมถึงจะไม่มีถูกเผยแพร่ไปยัง ช่องทางออนไลน์ต่างๆ ที่นอกเหนือไปจากคำสั่งศาล
4. การเก็บรักษาข้อมูลจากกล้องวงจรปิด
ภาพที่ถ่ายโดยระบบกล้องวงจรปิดจะไม่ถูกเก็บไว้นานเกินความจําเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ ข้างต้น ภาพจากกล้องวงจรปิดจะถูกลบโดยอัตโนมัติโดยการบันทึกทับ 30-45 วัน เว้นแต่จะต้องมีภาพเฉพาะเพื่อ จัดการกับเหตุการณ์หรือเพื่อตอบสนองต่อคําขอของบุคคลที่ดำเนินการตามกฎหมาย
5. สิทธิของเจ้าของข้อมูล
ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้แก่
- สิทธิในการถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทเพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
- สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน
- สิทธิในการขอลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตน ได้ (anonymous)
- สิทธิในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัทหรือผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของบริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องขอใช้สิทธิของพนักงานโดยเร็วภายใน 30 วัน นับแต่วันที่บริษัทได้รับคำร้องขอดังกล่าว และสิทธิตามที่กล่าวมาข้างต้น เป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลกำหนด
6. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงประกาศนี้ได้ตลอดเวลาและบริษัทจะให้ประกาศใหม่แก่ท่านเมื่อบริษัท ดำเนินการแก้ไขเนื้อหาใด บริษัทอาจแจ้งให้ท่านทราบด้วยวิธีอื่นๆ เป็นครั้งคราว เกี่ยวกับการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
7. ช่องทางการติดต่อ
ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โปรดติดต่ออีเมล data.privacy@seagull-brand.com
กรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ บริษัทจะประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว ฉบับใหม่ผ่านทางเว็บไซต์นี้ ซึ่งท่านควรเข้ามาตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นครั้ง คราว โดยนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ประกาศ
________________________________________
ประกาศความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการใช้คุกกี้
เว็บ Seagull เคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัว ของลูกค้า หรือบุคคลใดที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ (“ผู้เข้าชม/ ผู้ใช้เว็บไซต์”) และตระหนักถึง ความคาดหวังของผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ว่าข้อมูล (“ข้อมูล”) ที่ผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ ได้ให้ไว้กับเว็บไซต์นี้ (“เว็บไซต์”) จะได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม เราจึงขอประกาศความเป็นส่วนตัวในการ ใช้คุกกี้ (“ประกาศความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการใช้คุกกี้”) สำหรับเว็บไซต์นี้
1. การใช้คุกกี้
คุกกี้ คือ ไฟล์ข้อความขนาดเล็ก ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลข ที่จัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ หรือฮาร์ดดิสก์ ของคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์สื่อสารพกพา ของผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ เว็บ Seagull อาจเก็บข้อมูลของผู้เข้า ชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ ผ่านทางคุกกี้เหล่านี้ เมื่อผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์
2. คุกกี้ที่เว็บใช้ในการให้บริการแก่ผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์
- คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies) วัตถุประสงค์ของคุกกี้ที่มีความจำเป็น คุกกี้ประเภท นี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ ของเว็บไซต์ ได้แก่ คุกกี้ที่ทำให้เว็บไซต์สามารถทำ หน้าที่ขั้นพื้นฐาน เช่น การเลื่อนสำรวจหน้าเว็บ หรือ ทำให้ผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์เข้าสู่ระบบ และสามารถ เข้าถึงส่วนของเว็บไซต์ที่ถูกสงวนไว้ให้ใช้ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เว็บไซต์จะไม่สามารถทำงาน อย่าง ถูกต้องได้เลยหากไม่มีการเก็บรวบรวมคุกกี้เหล่านี้ เว็บ Seagull จึงไม่มีความจำเป็นต้องขอความยินยอมจากผู้ เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ ในการจัดวางคุกกี้เหล่านี้ลงในอุปกรณ์ของผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ เพราะคุกกี้ประเภทนี้ไม่ได้มี การจัดเก็บข้อมูลซึ่งสามารถระบุตัวตน ของผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ ได้อย่างเฉพาะเจาะจงแต่อย่างใด
- คุกกี้เพื่อวิเคราะห์การใช้งาน (Analytical Cookies) วัตถุประสงค์ของคุกกี้ประสิทธิภาพ คุกกี้ประเภทนี้ ทำให้เว็บ Seagull สามารถนับจำนวนผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ และแหล่งที่มาของผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ ทำให้เข้าใจว่าผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์มีการปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์อย่างไรบ้าง และหน้า เว็บไซต์ใดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดหรือน้อยที่สุด โดยการเก็บรวบรวมและการรายงานข้อมูลโดยไม่ระบุ ตัวตนของผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ อย่างไม่เฉพาะเจาะจงแก่เว็บ Seagull ช่วยให้เว็บสามารถพัฒนา และ มอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีกว่าแก่ผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ หากผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ ไม่อนุญาต ให้ใช้คุกกี้ประเภทนี้ เว็บ Seagull จะ ไม่อาจทราบได้ว่าผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ เคยเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเว็บ Seagull เมื่อใด และไม่สามารถติดตามประสิทธิภาพ การประมวลผลของหน้าเว็บไซต์ได้
- คุกกี้ที่ช่วยเหลือในการทำงาน (Functionality Cookies) วัตถุประสงค์ของคุกกี้ที่ช่วยเหลือในการทำงาน คุกกี้ประเภทนี้อาจถูกติดตั้งไว้โดยผู้จัดทำเว็บไซต์หรือผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลที่สาม โดยเป็นคุกกี้ประเภทที่ทำให้เว็บไซต์สามารถปฏิบัติการตามความพึงพอใจของผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ ยกตัวอย่างเช่น ทำ ให้เว็บไซต์สามารถจดจำชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านได้ และจดจำว่าผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ เคยปรับแต่งการใช้หน้า เว็บไซต์อย่างไรบ้าง เพื่อการแสดงผลหน้าเว็บไซต์ในครั้งต่อไป หากผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ ไม่อนุญาตให้ใช้ คุกกี้ประเภทนี้ การให้บริการบางอย่างของเว็บไซต์อาจไม่สามารถประมวลผลได้อย่างถูกต้อง
- คุกกี้เพื่อกำหนดเป้าหมาย (Targeting Cookies) วัตถุประสงค์ของคุกกี้เพื่อกำหนดเป้าหมาย คุกกี้ ประเภทนี้อาจถูกติดตั้งโดยพันธมิตรทางการตลาดผ่านทางเว็บไซต์ของเว็บ Seagull โดยจะทำการจัดเก็บ ข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ของผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ว่า ผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์เข้าชมเว็บไซต์ใดบ้าง และเข้าชม เว็บไซต์ ผ่านทางลิ้งก์ใดบ้าง เว็บ Seagull ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อทำให้เว็บไซต์ และโฆษณาที่ถูกจัดแสดงใน เว็บไซต์ของเว็บ Seagull มีความเกี่ยวข้องกับความสนใจของผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์มากขึ้น เว็บ Seagull อาจเปิดเผย ข้อมูลเหล่านี้แก่บุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์เหล่านี้ด้วย หากผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์ ไม่อนุญาตให้ใช้คุกกี้ ประเภทนี้ ผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์จะได้รับการโฆษณาที่เฉพาะเจาะจงน้อยลง